กลับมาอีกครั้ง กับ SoulTH Come Back !!



 
บ้านCalendarGalleryช่วยเหลือค้นหาสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)
อยากชี้แจง แนะนำอะไรเกี่ยวกับบอร์ดนี้ บอกได้ ที่นี่ เลยจ้า
เข้าสู่ระบบ(Log in)
Username:
Password:
เข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติทุกครั้ง(Log in automatically): 
:: ลืม(forget) password
Menu
 
 
 
 
 
 

 
พิเศษ! เฉพาะสมาชิก




Top posters
i am god (2842)
 
Faiz (2613)
 
Parman (2244)
 
khingham (1886)
 
viper515 (1567)
 
X-sia_GUNDAM (1566)
 
M.Maka Alban (1457)
 
Kikansha (1256)
 
june (1138)
 
skywing (1033)
 
Latest topics
Facebook Like Box
ผู้ที่กำลัง online
ผู้ที่ online ทั้งหมด 2 คน :: ลงทะเบียน 0 คน, ซ่อน 0 คน และ 2 ผู้มาเยือน

(ไม่มี)

มีผู้ใช้ online พร้อมกันสูงสุด 134 คน เมื่อ Fri May 14, 2010 9:35 pm
Statistics
สมาชิกทั้งหมด 21419 คน
สมาชิกล่าสุดคือ sunset12

Post ทั้งหมด 469 หัวข้อ in 71 subjects

Share | 
 

 9 วิธีแก้ไขอาการเมื่อยล้า-ไม่ค่อยมีแรง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
TheDoraemon
ระดับพระเจ้า ! Oh God
ระดับพระเจ้า ! Oh God
avatar

จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 1013
วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 08/10/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: 9 วิธีแก้ไขอาการเมื่อยล้า-ไม่ค่อยมีแรง   Sat Oct 29, 2011 5:15 pm

(1). Cut out caffeine = งดกาเฟอีน

งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน โดยเฉพาะกาแฟ
...

กาเฟอีนออกฤทธิ์กระตุ้นได้นานจนถึง 7 ชั่วโมง และอาจนานขึ้นถ้ากินยาคุมกำเนิด ทำให้สารสื่อสมองที่ทำให้หลับทำงานได้น้อยลง และกระตุ้นฮอร์โมนเครียดจากต่อมหมวกไต
แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) ก็ร้ายพอๆ กัน เนื่องจากทำให้สมองได้รับออกซิเจนน้อยลง นอกจากนั้นเครื่องดื่มกลุ่มนี้หลายชนิดยังมีน้ำตาลสูงอีกด้วย
...

(2). Cut out sugar = งดน้ำตาล

น้ำตาลทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียดมากขึ้น
...

ถ้าอยากดื่มอะไรที่หวานๆ จริง... ควรลอง "สมูตตี (smoothie)" หรือใช้ผลไม้ทั้งผลปั่น ไม่กรองกาก (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง)
เวลาดื่มน้ำผลไม้ปั่นทั้งผล... ไม่ควรจิบช้าๆ เนื่องจากกรดผลไม้อาจทำให้ฟันสึกได้
...

ทางที่ดีคือ ดื่มให้เร็วหน่อย บ้วนปากแรงๆ หลายครั้งหลังดื่มทันที ไม่แปรงฟันก่อน 30-60 นาที เนื่องจากหลังดื่มน้ำผลไม้ หรือกินผลไม้ใหม่ๆ เคลือบฟันจะอ่อนลงชั่วคราว ถ้าแปรงทันทีอาจทำให้ฟันสึกได้ง่าย
ควรกิน "ซูเปอร์ฟูด (superfood = อาหารคุณค่าสูง)" เช่น เบอรี (เมืองไทยเรามี 'mulberry' = ลูกหม่อน) บรอคโคลี ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล (rebalance) ได้เร็ว
...

(3). No processed fats = ไม่กินไขมันแปรรูป

ไขมันแปรรูปหรือไขมันทรานส์ (trans fats = ไขมันเติมไฮโดรเจน เช่น เนยขาว ครีมเทียม คอฟฟี่เมต) พบมากในอาหารจานด่วน (ฟาสต์ฟูด) อาหารสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ เบเกอรี
...

ไขมันทรานส์ทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดลง เพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และมีส่วนทำให้สุขภาพสมอง ตา ข้อ และผิวหนังแย่ลง
...

(4). Eat early, eat well = กินแต่เช้า และกิน(อาหาร)ดีๆ

ร่างกายคนเรามีระดับการเผาผลาญอาหารสูงสุดในช่วงเที่ยงวัน... อาหารที่ดีคือ อาหารที่กินแต่เช้า (ภายในชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน)
...

ควรกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยงเป็น "มื้อหลัก" หนักไปทางโปรตีน (ถั่ว โปรตีนเกษตร เนื้อไม่ติดมัน ไข่ นมไขมันต่ำ) และไขมัน
อาหารมื้อเย็นควรเป็นมื้อเล็กหน่อย หนักไปทางคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ = ผลไม้ ผัก ธัญพืช) ที่มีคุณค่าสูง เช่น ผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง) ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ)
...

อาหารกลุ่มคาร์บช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย (relax) หลับสบาย และช่วยล้างพิษ (detoxity) ในช่วงที่เราหลับอยู่
...

(5). Make your food more colourful = ทำให้อาหารมีสีสัน หรือกินอาหารหลากสี

การกินพืชผักหลากสี ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยเทียบสีรุ้ง "ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง" หรือสีไฟจราจร "เขียว เหลือง แดง" แถมสีขาวของแสงแดด (ผักผลไม้ที่มีสีออกไปทางขาว เช่น หอม กระเทียม กล้วย ฯลฯ) และพยายามกินให้ได้ 5 สีขึ้นไปทุกวัน
...

การกินพืชผักหลากสีทำให้ได้สารคุณค่าพืชผัก หรือพฤกษเคมี (phytonutrients) ซึ่งช่วยป้องกันโรค ต้านการอักเสบ (ธาตุไฟกำเริบ) ล้างพิษ และช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมน
สารคุณค่าพืชผักตามธรรมชาติออกฤทธิ์แบบเสริมกัน ดังนั้นการกินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ (การกินข้าวหลายสายพันธุ์มีแนวโน้มจะดีกับสุขภาพเช่นกัน) ผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ดให้ได้วันละหลายๆ อย่างจะดีกับสุขภาพมากกว่าการกินอาหารอย่างเดียวมากๆ
...

(6). Sleep smarter = นอนให้เป็น หรือนอนอย่างฉลาดขึ้น (smart = ฉลาด; smarter = ฉลาดมากกว่า)

กฏข้อแรกของการนอนให้ดีขึ้นคือ ไม่ดู TV บนเตียง และไม่ใช้เตียงทำอะไรอย่างอื่น ยกเว้นการนอนกับเพศสัมพันธ์
...

พวกเราส่วนใหญ่มีธรรมชาติ "ไวต่อแสง" เพราะฉะนั้นกลางคืนควรหรี่แสง นั่นคือ ค่ำลงอย่าเปิดไฟจ้า เวลานอนปิดไฟ และพยายามอย่าให้แสงภายนอกเข้าไปในห้องนอน
ตรงกันข้ามกลางวันควรรับแสง... เมื่อตื่นนอนขึ้นมาควรเปิดไฟที่คล้ายแสงธรรมชาติ (หลอดไฟแต่ละรุ่นมีแสงคล้ายแสงธรรมชาติไม่เท่ากัน แสงไฟกลุ่ม 'cool white' จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า 'daylight' - ผู้เขียน) หรือเปิดประตู-หน้าต่างรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน เพื่อให้นาฬิกาเวลาทำงานได้ดี
...

(7). Breathe properly = หายใจให้เป็น (breathe = หายใจ; properly = อย่างเหมาะสม ถูกวิธี)

หาเวลาสบายๆ ก่อนนอนทำ 'breathing break (breathing = การหายใจ; break = เบรค ช่วงพัก)' หรือทำการหายใจแบบสบายๆ
...

วิธีการฝีก "หายใจแบบสบายๆ" ทำได้โดยการหาที่นั่งเงียบๆ ขอเวลาให้ตัวเองสัก 5 นาที นั่งตัวเกือบตรง (หลังไม่งอ และไม่เกร็ง)
วางมือข้างหนึ่งไว้ที่หน้าอกเบาๆ วางอีกข้างไว้ที่หน้าท้องเบาๆ...
...

หายใจเข้าช้าๆ เวลาหายใจเข้าให้ทำความรู้สึกว่า "หายใจเข้า ฉันผ่อนคลาย" , เวลาหายใจออกให้ทำความรู้สึกว่า "หายใจออก ฉันผ่อนคลาย"
สังเกตการเคลื่อนไหวของมือที่วางไว้บนหน้าท้อง... เวลาหายใจเข้า ท้องควรจะป่องออกเล็กน้อย ถ้าหายใจเข้าแล้วท้องไม่ป่องออกเลย แสดงว่า ยังหายใจไม่เป็น... ไม่ต้องตกใจ ขอให้หายใจช้าลง ร่างกายจะเริ่มผ่อนคลาย แล้วท้องจะป่องออกมาเล็กน้อยเวลาหายใจเข้าได้เอง
...

เรื่องหายใจนี้... คนไทยมีแนวโน้มจะรู้สึกว่า ท้อง "ยุบเข้า-พองออก (in-and-out)" คนชาติอื่นๆ ทั้งชาวพม่าและฝรั่งจะรู้สึกว่า ท้อง "สูงขึ้น-ลดลง (up-and-down)" ถนัดแบบไหนใช้ได้ทั้งนั้น...
...

(8). Choose gentle exercise = เลือกออกกำลังแบบนุ่มนวล

การออกกำลังแบบตะวันออก เช่น โยคะ มวยจีน ไทชิ-ไทเกก รำกระบองชีวจิต ฯลฯ ช่วยกำจัดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย ช่วยให้ท่าทางดีขึ้น
...

(9). Soak up the sun = อาบแสงแดดอ่อน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า (ก่อน 9.00 น.) และยามเย็น (หลัง 16.00 น.) ให้พลังในการบำบัดสูงมาก
...

อาจารย์ท่านแนะนำว่า 'There is no greater healer than the sun, so make the most of lighter nights and brighter days to give your whole body a boost.'> [ Dailymail ]
แปลว่า "ไม่มีนักบำบัดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระอาทิตย์, เพราะฉะนั้น... กลางวันให้รับแดดอ่อน (bright = สว่าง; brighter = สว่างกว่า หมายถึงรับแดดอ่อนให้มากขึ้น) กลางคืนให้รับแสงอ่อนลง (light = เบา; lighter = เบากว่า หมายถึงกลางคืนรับแสงให้น้อยลง หรือไม่เปิดไฟจ้า ทำงานให้น้อยลง พักผ่อนให้มากขึ้น) เพื่อเสริมสร้าง (boost = เพิ่ม) พลังทั่วร่างกายของคุณ" > [ Dailymail ]
...


ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ


เครดิต http://www.oknation.net/blog/health2you/2009/03/28/entry-5
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://my.dek-d.com/thedoraemon
Parman
ยิ่งกว่าพระเจ้า
ยิ่งกว่าพระเจ้า
avatar

จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 2244
วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 06/10/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: 9 วิธีแก้ไขอาการเมื่อยล้า-ไม่ค่อยมีแรง   Sat Oct 29, 2011 7:59 pm

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะเฮีย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://soulth.thai-forum.net
 
9 วิธีแก้ไขอาการเมื่อยล้า-ไม่ค่อยมีแรง
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
 :: Talk Zone :: พูดคุยเรื่องทั่วไป-
ไปที่: